วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สวดมนต์แก้กรรม

การสวดมนต์ แก้เคราะห์แก้กรรมที่บ้านเพื่อปัดเป่าเคราะห์

ในช่วงที่ประสบเคราะห์ภัยชีวิตยากลำบากและทุกข์ร้อน ให้หันมาดูแลบ้านเรือนที่อยู่อาศัยด้วย คนโบราณเชื่อกันนักว่า บ้านเรือนที่รกและไม่ได้รับดูแลย่อมกลายเป็นที่ที่มีแต่ความอัปมงคล เมื่อมีทุกข์ภัยใช่ว่าจะไม่ใส่ใจบ้านที่เราอาศัยทุกๆวัน จำเป็นต้องแบ่งจิตใจแบ่งเวลาดูแลบ้านเรือนเป็นการแก้เคล็ด เสริมโชคในหลายๆแนวปฏิบัติดังนี้

1.ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด อย่าให้มีฝุ่นจับเลอะเทอะ อย่าให้ข้าวของวางระเกะระกะ ควรจัดวางของให้เป็นระเบียบดูสะอาดและสบายตา

2.หน้าบ้านต้องสะอาด ขั้นวางรองเท้าต้องดูให้ดีอย่าให้เกะกะใกล้หน้าประตูจะเป็นอัปมงคล

3.ถังขยะหน้าบ้านต้องหมั่นเททิ้งอย่าให้เน่าเหม็นและล้นจน

การสวดมนต์เพื่อแก้เคราะห์แก้กรรมและขอขมาเจ้ากรรมนายเวรนั้น สามารถเลือกสวดบทคาถาใดก็ได้ตามที่ต้องการ แต่ทั้งนี้ในตอนเริ่มต้น จะต้องเริ่มต้นเรียงลำดับบทสวดพระบูชาพระรัตนตรัยให้ครบถ้วนจึงจะถือว่าสมบูรณ์ และถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติดังต่อไปนี้



บทหลักที่ต้องสวดเรียงลำดับเสมอ

1.สวดบทบูชาพระรัตนตรัย

2.บทกราบพระรัตนตรัย

3.บทขอขมาพระรัตนตรัย

4.บทชุมนุมเทวดา

5.บทถวายพรพระ

6.บทสะเดาะเคราะห์

เมื่อสวดพระคาถาทั้งหมดแล้ว ต่อไปให้เลือกสรรบทต่อไปนี้ ซึ่งในแต่ละวันเลือก 1-2 บทก็ได้ เลือกบทใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับกัน หรือจะสวดเรียงกันไปทั้งหมดได้







บทสะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตา

1.คาถาพาหุงพุทธชัยมงคล

2.คาถาชัยปริตร (มหากา)

3.พระคาถาชินบัญชร

4.สวดอิติปิโสเกินอายุตน 1 ปี

5.พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฏก



การสวดอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร ใน 7วัน

การสวดมนต์สะเดาะเคราะห์แต่ละครั้งอาจจัดลำดับบทสวดต่างๆ

ดังต่อไปนี้



วันที่1

สวดบทบูชาพระ หัวข้อ 1-6 เรียงลำดับก่อนดังนี้

1.บทบูชาพระรัตนตรัย

2.บทกราบพระรัตนตรัย

3.บทขอขมาพระรัตนตรัย

4.บทชุมนุมเทวดา

5.บทถวายพรพระ

6.บทสะเดาะเคราะห์

จากนั้นสวดบทพระคาถาพาหุง ตามด้วยบทพระคาถาชัยปริตร

จากนั้นสวดแผ่เมตตา และกรวดน้ำอุทิศแก่เจ้ากรรมนายเวร







วันที่2

สวดบทบูชาพระ บทที่ 1-6 ดังกล่าวมาแล้ว

ตามด้วยบทพระคาถาชินบัญชร และบทสะเดาะเคราะห์อื่นๆตามที่ต้องการ(อาจารย์จะจัดให้ตอนต่อไป)

สวดแผ่เมตตาแล้วกรวดน้ำอุทิศแก่เจ้ากรรมนายเวร



วันที่3

สวดบทบูชาพระ บทที่ 1-6 ดังกล่าวมาแล้ว

ตามด้วยบทอิติปิโส สวดเกินอายุ 1 ปี คือถ้าอายุ 30ปี ก็สวด31จบ



วันที่4

สวดบทบูชาพระ 6 บท เรียงลำดับดังกล่าวมาแล้ว

จากนั้นสวดบทยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏก

จบด้วยบทแผ่เมตตา แล้วกรวดน้ำอุทิศแก่เจ้ากรรมนายเวร



วันที่5

สวดบทบูชาพระ 6 บท ดังกล่าวมาแล้ว

จากนั้นสวดบทพระธรรมจักร

จบด้วยแผ่เมตตา แล้วกรวดน้ำอุทิศแก่เจ้ากรรมนายเวร



วันที่6

สวดบทบูชาพระ 6 บท ดังกล่าวมาแล้ว

จากนั้นสวดพระคาถาชินบัญชร

จากนั้นสวดพระคาถาสะเดาะเคราะห์ บทเล็กๆบทใดก็ได้

จบด้วยบทแผ่เมตตา แล้วกรวดน้ำอุทิศแก่เจ้ากรรมนายเวร



วันที่7

สวดบทบูชาพระ 6 บท ดังกล่าวมาแล้ว

จากนั้นสวดพระคาถาบารมี 30 ทัศ

ต่อด้วยบทสวดบูชาพระประจำวันเกิดของตน

จบด้วยบทแผ่เมตตา แล้วกรวดน้ำอุทิศแก่เจ้ากรรมนายเวร







เคราะห์ร้ายจากแรงทวงหนี้กรรมของเจ้ากรรมนายเวร

เมื่อใดที่ชีวิตมีทุกข์ร้อนแบบไม่ธรรมดาและรู้สึกว่ามิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือเพราะความประมาท อาจเกิดขึ้นโดยแรงจากเจ้ากรรมนายเวรที่ตามมาทวงหนี้กรรมและต้องการให้เราชดใช้

เคราะห์และทุกข์ภัยต่างๆมีหลายรูปแบบต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ แต่มักจะเกิดในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน เช่น จอดรถติดไฟแดงอยู่ดีๆ มีรถอื่นมาชนท้ายรถเรา

1.เดินอยู่ดีๆ ถูกรถชน รถเฉี่ยว

2.ขึ้น-ลงบันไดอย่างระวังแต่พลัดตกบันไดเหมือนถูกผลัก ถูกขัดขวาง

3.การงานมีแต่ความผิดพลาดเสียหายหลายๆด้าน

4.ฐานะการเงินสะดุดติดขัดอย่างหนัก เคยติดต่อหมุนทางใดได้ก็กลับไม่ได้เลยทุกทาง

5.มีเหตุพลัดพรากสูญเสีย เสียเงินหรือเสียทรัพย์ เสียของรัก

6.มีเหตุพลัดพรากจากกับผู้ที่เป็นที่รัก

7.ชีวิตมีความหม่นหมองไร้ความสุข มีแต่เรื่องที่ทำให้เป็นทุกข์

8.ชีวิตพบแต่อุปสรรคปัญหานานาประการ เกิดขึ้นแบบซัดซ้ำถาโถมหลายเรื่องประดังเข้ามา

9.ล้มป่วยหนักทั้งๆที่ไม่เคยมีวี่แววส่งอาการมาก่อน

10.สิ่งใดเคยทำอยู่อย่างปกติกลับเกิดไม่ปกติ มีเหตุพลิกล็อกหักกลางไม่ทันตั้งตัว



ตำราแก้เคราะห์หรือเจ้ากรรมนายเวร

เมื่อท่านทำตามวิธีที่อาจารย์ได้บอกแล้ว

1.เมื่อสวดพระคาถาต่างๆเสร็จสิ้นแล้วทุกครั้งจะต้องจบด้วยบทต่อไปนี้เสมอ

- บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

- บทแผ่เมตตาให้ตนเอง

- บทแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร

หรือจะสวดบทแผ่ส่วนกุศล-บทเดียวก็ได้ แต่ขอให้สวดบทแผ่เมตตา หรือแผ่ส่วนกุศลตบท้ายการสวดมนต์ทุกครั้งเสมอ

2. เมื่อสวดมนต์และสวดบทแผ่เมตตาเสร็จแล้วให้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง

3.การกรวดน้ำให้รินน้ำลงดิน ที่โคนต้นไม้ใหญ่ หรือถ้าไม่มีต้นไม้ก็รินใส่กระถางต้นไม้ก็ได้ แต่ต้องเป็นการเทน้ำลงดินที่โคนต้นไม้กลางแจ้งไม่ใช่ในชายคาบ้าน











คำกรวดน้ำ ให้เจ้ากรรมนายเวร

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ

สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี

ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหมด

ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงมีความสุขกายสุขใจเถิด

(ให้กล่าวคำกรวดน้ำนี้ ขณะค่อยๆรินน้ำลงดิน ควรเลือกโคนต้นไม้ใหญ่ ถ้าไม่มีต้นไม้ใหญ่ก็รดที่โคนต้นไม้ตามที่มีแต่เป็นที่กลางแจ้ง มิใช่ในชายคาบ้าน)



คำขอขมาเจ้ากรรมนายเวร

ทุกครั้งเมื่อสวดมนต์จบแล้ว ถ้าสามารถกรวดน้ำได้ก็ขอให้กรวดน้ำแล้วอธิษฐานคำกล่าวขอขมาต่อไปนี้ หากมิได้กรวดน้ำก็ขอให้ตั้งจิตกล่าวคำขอขมานี้ด้วยเสมอ เพื่อส่งแรงจิตอธิษฐานไปถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย

ข้าพเจ้าอุทิศส่วนบุญกุศลจากการสวดมนต์เจริญภาวนานี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้าที่ข้าพเจ้าเคยล่วงเกินท่านไว้แต่อดีตชาติถึงปัจจุบันชาติ

ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วอโหสิกรรมและอนุโมทนาบุญแก่ข้าพเจ้าด้วยอำนาจบุญนี้เทอญ







ที่มาจาก

http://www.promdeva.com/AllCategory.asp?CatID=9



2 ความคิดเห็น:

  1. ขอให้สงบ สุข ด้วยการภาวนาจิต ...จิต เป็นของเรา กาย ก็เป็นของเรา เเต่มันล้วนเป็นอิจนิจจัง ล้วนไม่เที่ยง.....

    ตอบลบ
  2. จะพยายามสวดนะ
    แต่สงสัยจะไม่ทันมั้ง
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ